Best of laggard play
- SET: ดัชนี SET ปรับตัวขึ้นแรงโดดเด่นวานนี้ สอดคล้องกับภาพของเงินบาทที่แข็งค่าตามราคาทองคำที่สูงขึ้นทำ New high ต่อเนื่อง (ล่าสุดบาทจ่อทำระดับแข็งค่าสูงสุดใหม่ของรอบโดยอยู่ที่ 30.95 บาท/ดอลลาร์) ทำให้เมื่อวานนี้นักลงทุนต่างชาติยังคงมีทิศทางซื้อสุทธิอยู่ โดยพบว่ายังคงเป็นยอดในระดับใกล้เคียงกันกับการซื้อสุทธิที่เกิดขึ้นในระบบ Program trading อย่างต่อเนื่อง
- Fund flow: เราประเมินส่วนหนึ่งของ Fund flow ที่ไหลเข้ามาในระยะสั้นนี้ น่าจะมาจากการเก็งกำไรในค่าเงินเป็นสำคัญ หนุนด้วยภาพของเงินบาทที่ยังคงปรับตัวแข็งค่าไม่หยุด และยังคงทิ้งห่างประเทศอื่นๆในช่วงนี้อย่างเห็นได้ชัด (รูปที่ 1) ส่วนอีกหนึ่งประเด็นที่อาจมีน้ำหนักรองลงมา ได้แก่การโยกย้ายเม็ดเงินเพื่อหลบหนีความเสี่ยงจาดตลาดประเทศพัฒนาแล้วเข้าสู่ตลาดเกิดใหม่ที่มีลักษณะ Value play เพื่อลดความเสี่ยงที่สงครามการค้าอาจปะทุขึ้นมาอีกครั้งระหว่างสหรัฐฯและยุโรป
- Sentiment: โดยปัจจัยภายนอกในช่วงนี้ ยังคงได้รับแรงกดดันจากความตึงเครียดในปัจจัย Geopolitics ที่เกิดความขัดแย้งขึ้นระหว่างสหรัฐฯกับชาติยุโรปเกี่ยวกับเกาะ Greenland ที่ดูเหมือนจะยังไม่สามารถหาข้อสรุปร่วมกันได้ ล่าสุดความกังวลต่อประเด็นสงครามการค้าทยอยไต่ระดับขึ้น สะท้อนผ่านดัชนี Trade uncertainty และคาดการณ์เงินเฟ้อในอนาคต (Breakeven) ที่ปรับสูงขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 3 เดือน ทำให้สิ่งที่เราอาจต้องระวังในช่วงถัดไปคือ การส่งสัญญาณในเชิง Hawkish มากขึ้นจากธนาคารกลางต่างๆทั่วโลก ซึ่งอาจเริ่มต้นจากการประชุม FOMC ที่รออยู่ในวันที่ 27-28 มกราคมนี้
- Strategy: ล่าสุด SET Index ปรับตัวขึ้นมาที่บริเวณแนวต้านประจำสัปดาห์ของเราที่ 1290-1300 จุด ดังนั้นนักลงทุนระยะสั้นอาจพิจารณาขายทำกำไรส่วนหนึ่งได้ โดยถือครองหุ้นบางส่วนที่เหลือเพื่อลุ้นการปรับขึ้นไปยังแนวต้านเดือนนี้ของเราที่ 1300-1310 จุด ส่วนนักลงทุนระยะกลาง-ยาว แนะถือครองหุ้นข้ามผ่านไปยังการเลือกตั้งเพื่อรองรับปรากฏการณ์ Election rally ที่คาดว่าจะเข้ามามีอิทธิพลมากขึ้นในระยะถัดไป
- 1Q26: โดยหากอ้างอิงจากบทวิเคราะห์กลยุทธ์ไตรมาส 1/26 ของรา “Shooting for the Stars … จากฐานที่ต่ำผิดปกติ” (https://www.trinitythai.com/Upload/Research/Invest_1765774426_10019.pdf) จะได้ว่ากรอบแนวต้านของ SET Index ในมิติทางด้าน Valuation ประจำไตรมาส จะอยู่ที่ระดับ 1390 จุด อิงคาดการณ์ EPS ปีนี้ที่ 96.4 บาท และกรอบ Targeted PE ที่ 14.4x ซึ่งอิงอยู่บนสมมติฐานอัตราดอกเบี้ยนโยบายปัจจุบันที่ 1.25%
- Laggard with momentum: ทั้งนี้ จากการที่หุ้นไทยอาจยังถูกประคับประคองจาก Fund flow ที่ไหลเข้ามาในระยะสั้น มองหากนักลงทุนที่ต้องการเก็งกำไรไปตาม Flow อาจพิจารณาเลือกหุ้นจากความ Laggard ที่เกิดขึ้นกับตัวหุ้นนั้นๆ นับตั้งแต่วันที่ดัชนี SET ขึ้นไปทำจุดสูงสุดของรอบเมื่อเดือนตุลาคมปีก่อน และเริ่มเห็นโมเมนตัมเชิงบวกของเราคาตั้งแต่ปลายสัปดาห์ที่แล้วจากเม็ดเงิน Fund flow ไหลเข้า เนื่องจากเราพบว่า Flow ที่เข้ามานั้น ค่อนข้างโฟกัสไปยังกลุ่มหุ้นที่ Laggard เหล่านี้ (รูปที่ 2) ทั้งนี้ จากการคัดกรองของเราไปยังดัชนี SET100 ล่าสุด จะพบว่าหุ้น 20 ตัวแรกที่เข้าข่ายดังกล่าวจะได้แก่ M, KCE, HANA, VGI, BJC, DELTA, MTC, COM7, TIDLOR, CCET, BTS, PLANB, CK, SAWAD, PR9, DOHOME, SJWD, SISB, BCPG และ BH
- นอกจากนั้น รายชื่อหุ้นข้างต้นส่วนใหญ่ ยังค่อนข้างสอดคล้องกับอีกเกณฑ์การคัดเลือกหนึ่งของเราก็คือหุ้นที่ปรับตัว Laggard ทางด้าน Valuation นับตั้งแต่เดือนตุลาคมปีก่อน หรือพูดง่ายๆก็คือมีระดับ Forward PE ปัจจุบันต่ำกว่าระดับ Forward PE เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้วมากที่สุด ซึ่งจากการตรวจสอบของเราล่าสุด พบว่าหุ้น 20 ตัวแรกในดัชนี SET100 จะได้แก่ M, DELTA, MTC, COM7, CK, TIDLOR, KCE, VGI, BJC, BGRIM, SAWAD, DOHOME, PLANB, CCET, AAV, BCPG, PR9, BH, GUNKUL และ GLOBAL

More Stories
“โกลเบล็ก” ชี้เป้า 6 หุ้นเด่นรับทรัพย์ “โซลาร์ภาคประชาชน”
NER ท็อปฟอร์ม! โบรกฯคาด Q3/69 กำไรโตแรง 52-58% จับตาโค้งสุดท้ายทำนิวไฮ – ลุ้นปันผลครึ่งปีหลังยิลด์สูง
“โกลเบล็ก” มองหุ้นไทยสัปดาห์นี้แกว่งแคบ แนะเก็บหุ้นอสังหาฯ รับมาตรการสินเชื่อใหม่