WORK LIFE NEWS

"เกาะติดข่าว ทันกระแส ฉับไว"

NER ท็อปฟอร์ม! โบรกฯคาด Q3/69 กำไรโตแรง 52-58% จับตาโค้งสุดท้ายทำนิวไฮ – ลุ้นปันผลครึ่งปีหลังยิลด์สูง

NER ท็อปฟอร์ม! โบรกฯคาด Q3/69 กำไรโตแรง 52-58% รับอานิสงส์ราคายางพารา พุ่งกระฉูด จับตาโค้งสุดท้ายทำนิวไฮ – ลุ้นปันผลครึ่งปีหลังยิลด์สูง

บมจ.นอร์ทอีส รับเบอร์ (NER) สุดแกร่ง!โบรกเกอร์พร้อมใจเชียร์ซื้อ คาดโชว์ไตรมาส 3/69 กำไรสุทธิอยู่ที่ 500–534 ล้านบาท เติบโต 52–58% จากงวดเดียวกันของปีก่อน รับแรงหนุนราคาขายยางพาราเร่งตัวแรง เกาะติดผลงานไตรมาส4/69 ทำสถิติสูงสุดรายไตรมาส ขณะที่ บล.หยวนต้า คงคำแนะนำ “ซื้อ” เคาะราคาเป้าหมายสูงสุด 7.20 บาท พร้อมลุ้นจ่ายปันผลครึ่งปีหลัง 0.26 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทน 5.6%

บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เผยแพร่บทวิเคราะห์หุ้น บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) (NER) โดยระบุว่า คาดกำไรปกติไตรมาส 3/69 ของ NER ที่ 515 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 52% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่คาดขาดทุนจากอัตรา แลกเปลี่ยนและกำไรจากอนุพันธ์รวมกันสุทธิเป็นลบราว 15 ล้านบาท โดยคาดกำไรสุทธิอยู่ที่ 500 ล้านบาท

สำหรับไตรมาสนี้ได้ แรงหนุนจากราคาขายเฉลี่ยที่เร่งตัวขึ้นคาดที่ 72 บาท/กก. เพิ่มขึ้นถึง 22% จากไตรมาสก่อน และ 32% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ปริมาณขายคาดที่ 1.1 แสนตัน ทรงตัวจากไตรมาสก่อน และช่วงเดียวกันของปีก่อน ด้าน GPM คาดยังทรงตัวจากไตรมาสก่อน ได้ที่ 10% และเพิ่มขึ้นจาก 9% ในไตรมาส 3/68 ขณะที่ค่าใช้จ่ายส่วนอื่นใกล้ เคียงกับไตรมาสก่อนหน้าหนุนกำไรปกติ และกำไรสุทธิเติบโตได้จากไตรมาสก่อน และช่วงเดียวกันของปีก่อน

ทั้งนี้ คาดปริมาณขายในไตรมาส 4/69 จะยังทรงตัวที่ระดับ 1.1 แสนตันได้ เนื่องจากปริมาณความต้องการยังมี แต่ Supply ยังคงจำกัด ขณะที่เริ่มเห็นออเดอร์ยาง EUDR เข้ามาบ้างแต่ไม่มีนัยสำคัญมากนักสำหรับ NER และ GPM คาดยังรักษาระดับได้ใกล้เคียงเดิมที่ 10% แต่ที่จะทำให้รายได้และกำไรไตรมาส 4/69 ดีกว่าไตรมาส 3/69 ได้ คือการเพิ่มขึ้นของราคาขายที่ขยับขึ้นต่อเนื่องโดยราคาขายเฉลี่ยในไตรมาส 4/69 คาดเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 10% จากไตรมาสก่อน เป็น 80 บาท/กก.

ขณะที่การเติบโตจากราคาขายมากกว่าปริมาณขายทำให้ ค่าใช้จ่าย SG&A ไม่เพิ่มขึ้นตามยอดขาย ทำให้กำไรไตรมาส 4/69 อาจเป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของปี และมีโอกาสเข้าใกล้ระดับกำไรสูงสุดรายไตรมาสเดิมที่เคยทำได้ไว้ที่ 619 ล้านบาทได้ ซึ่งหากเป็นไปตามคาดจะทำให้ประมาณการกำไรปี 69 มี Upside risk 9%

หากสถานการณ์ Supply ยางยังตึงตัวต่อเนื่องถึงปี 70 ตามที่ประเมินไว้ คาดว่าราคาขายในปี 70 จะสูงกว่า 80 บาท/กก. ซึ่งสูงกว่าประมาณการปัจจุบันที่ 68 บาท/กก. อย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ ปริมาณขายอาจมี Downside risk เล็กน้อยจากที่คาดไว้ที่ 5.0 แสนตัน (คาดปี 69 ขายได้ 4.5 แสน ตัน) เนื่องจากปัญหาเรื่อง Supply ทำให้บริษัทปรับการรับออเดอร์ให้สัมพันธ์กับวัตถุดิบที่หาได้มากขึ้น แต่โดยรวมคาดว่า GPM ยังทรงตัวสูงด้วยเลข 2 หลัก และกำไรปกติจะยังเติบโตจากปี 69 ได้ และทำให้ประมาณการกำไรมี Upside risk ราว 8 – 10%

อย่างไรก็ตาม ที่ราคาตลาด และประมาณการกำไร ปัจจุบันยังซื้อขายที่ PER2027 ต่ำเพียง 4.5 เท่า และ PBV ต่ำ เพียง 0.7 เท่า คาดเงินปันผลครึ่งหลังปี 69 อีก 0.26 บาท ให้ผลตอบแทน 5.6% และปรับไปใช้ราคาเป้าหมายสิ้นปี 70 ที่ 7.20 บาท คงคำแนะนำ “ซื้อ”

บริษัทหลักทรัพย์ ลิเบอเรเตอร์ จำกัด ระบุว่า ไตรมาส 3/69 คาด NER มีกำไรสุทธิ 510 ล้านบาท +56% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน +17% เทียบไตรมาสก่อน ตามราคายางที่เร่งตัวขึ้น เราคาดการดำเนินงาน ไตรมาส 3 ฟื้นตัวทั้ง จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และไตรมาสก่อน ได้อานิสงส์จากราคายางเร่งตัวขึ้นคาดยอดขายอยู่ที่ 8,103 ล้านบาท +21% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ภายใต้ปริมาณขาย 109,500 ตัน -3% ราคาขายเฉลี่ย 74 บาท/กิโลกรัม +23% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน หากเทียบ ไตรมาสก่อน ยอดขาย +13% เทียบไตรมาสก่อน ภายใต้ปริมาณขาย +1% เทียบไตรมาสก่อน ราคาขายเฉลี่ย +13% เทียบไตรมาสก่อน

นอกจากนี้ ยังคาดอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 10.1% ดีขึ้นจาก 8.9% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามราคาขายเพิ่มขึ้น แต่ทรงตัวเทียบไตรมาสก่อน แม้จะได้ผลบวกจากราคาขายเพิ่มขึ้นแต่ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นเช่นกัน

ค่าใช้จ่ายขายและบริหารคาดเพิ่มขึ้น 11% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน จากสัดส่วนยอดขายส่งออกเพิ่มขึ้นส่งผลให้ค่ากองทุนสงเคราะห์ยางเพิ่มขึ้นตามการส่งออกเพิ่มขึ้น รวมถึงค่าระวางเรือที่เพิ่มขึ้น และคาดดอกเบี้ยจ่ายลดลง 5% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามเงินกู้ที่ครบกำหนดไปก่อนหน้า

แนวโน้ม ไตรมาส 4/69 คาดปริมาณขายจะเพิ่มขึ้นตามปริมาณยางที่เพิ่มขึ้นหลังสิ้นสุดฤดูปิดกรีด แต่ราคาขายปรับขึ้นไม่มากเนื่องจากเป็นการรับคำสั่งซื้อตั้งแต่ช่วง ไตรมาส 3 ที่ผ่านมา อย่างไรตาม จากแนวโน้มการดำเนินงานงวด 9 เดือน คิดเป็น 71% ของประมาณการทั้งปีที่ประเมินไว้ ประกอบกับแนวโน้ม ไตรมาส 4 อาจไม่อ่อนลงมากทำให้เรามีโอกาสปรับประมาณการขึ้นหลังการดำเนินงานประกาศมา

เรายังคงประมาณการเดิมไว้ คาดปริมาณขายปี 69 อยู่ที่ 438,849 ตันลดลง 8% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ราคาขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 4% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 66 บาทต่อกิโลกรัมส่งผลให้ยอดขายอยู่ที่ 28,998 ล้านบาท -4% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน อัตรากำไรขั้นต้น 10% คาดกำไรปกติ 1,645 ล้านบาท +1% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และคาดกำไรสุทธิ 1,695 ล้านบาท -10% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากปีก่อนมีรายการพิเศษจากไฟไหม้เข้ามา

กลยุทธ์การลงทุน ยังแนะนำ “ซื้อ” เก็งกำไรตามรอบการปรับขึ้นของราคายาง และติดตามการประกาศใช้ยาง EUDR และสถานการณ์เอลนิโญ ส่วน Valuation ไม่แพงราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายบน P/E26E เพียง 4.4x yield 8% ดังนั้นแนะนำ BUY NER ราคาเป้าหมาย 5.50 บาท

ขณะที่ บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ประเมินกำไรปกติไตรมาส3/69 (ไม่รวมขาดทุน Fx) อยู่ที่ 534 ล้านบาท (+58% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน, +19% เทียบไตรมาสก่อน) คงคำแนะนำ “ถือ” และราคาเป้าหมาย 5.00 บาท อิงปี 70 PER 5.2x (-0.5SD below 5-yr average PER) โดยปรับไปใช้ราคาเป้าหมายปี 70 แม้ราคายางจะสูงขึ้น +55% ตั้งแต่ต้นปี แต่เราคงมุมมองระมัดระวังจากสถานการณ์ภัยแล้งที่คาดจะเห็นผลกระทบมากขึ้นหลังจากนี้และอาจกระทบต่อเนื่องอย่างน้อยในครึ่งแรกของปี 70 ซึ่งอาจส่งผลต่อปริมาณขายชะลอมากกว่าคาด