WORK LIFE NEWS

"เกาะติดข่าว ทันกระแส ฉับไว"

บล.ดาโอ หวั่นคดีหุ้น MORE ล่าช้า เสี่ยงกระทบความเชื่อมั่น

บล.ดาโอ หวั่นคดีหุ้น MORE ล่าช้า เสี่ยงกระทบความเชื่อมั่น

กลายเป็นหนึ่งในคดีประวัติศาสตร์ของตลาดทุนไทย สำหรับกรณีการซื้อขายหุ้น บริษัท มอร์ รีเทิร์น จำกัด (มหาชน) หรือ MORE ที่สร้างความเสียหายอย่างมากต่อบริษัทหลักทรัพย์ (โบรกเกอร์) หลายแห่งเมื่อปี 2565 และกระทบต่อความเชื่อมั่นของตลาดการลงทุนในไทย

ปัจจุบันปี 2569 แม้คดีทางแพ่งจะมีความคืบหน้าไปพอสมควรหลังจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาแล้ว ทว่าในมุมของกลุ่มโบรกเกอร์ผู้เสียหายนั้น “ความล่าช้าในกระบวนการยุติธรรม” ทั้งในส่วนของคดีแพ่งริบทรัพย์และคดีอาญาเป็นเรื่องที่สร้างความกังวลใจอย่างมาก

ย้อนกลับไปในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2565 ตลาดทุนไทยต้องเผชิญกับเหตุการณ์ความผิดปกติจากการซื้อขายหุ้น MORE โดยคำสั่งซื้อของ นายอภิมุข บำรุงวงศ์ ผ่านบัญชีเงินสด (cash account) ได้จับคู่คำสั่งซื้อขายกับกลุ่มผู้ร่วมกระบวนการ ผลการตรวจสอบสอบสวนของทางการชี้ชัดว่าพฤติการณ์ดังกล่าวมีการวางแผนร่วมมือกันมาล่วงหน้าจนนำไปสู่การดำเนินคดีตามกฎหมาย

การกระทำดังกล่าวส่งผลเสียหายต่อบริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) ที่จำเป็นต้องจ่ายเงินแทนไปก่อน ตามกระบวนการชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ เช่นเดียวกันกับโบรกเกอร์อีกหลายแห่ง นั่นทำให้การทำธุรกรรมในครั้งนั้นมีโบรกเกอร์ต้องเผชิญความเสียหายทางการเงินรวมกันสูงถึงกว่า 4,503 ล้านบาท เนื่องจากนายอภิมุขไม่ได้ชำระเงินค่าซื้อที่ตนเองก่อเอาไว้

หลังจากเกิดเหตุไม่นาน สำนักงาน ปปง. ได้ดำเนินการอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง 36 รายการ มูลค่าประมาณ 5,300 ล้านบาท และได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมจนกระทั่งในวันที่ 18 กรกฎาคม 2568 ศาลแพ่งชั้นต้นได้มีคำพิพากษาให้ผู้ร้องชนะคดี โดยสั่งให้คืนทรัพย์สินทั้งหมดที่ยึดไว้จากผู้ถูกร้องทั้ง 27 ราย นำมาแบ่งเฉลี่ยคืนให้โบรกเกอร์ทั้ง 10 แห่งตามสัดส่วนความเสียหาย

แม้ศาลชั้นต้นจะสั่งคืนทรัพย์สินให้โบรกเกอร์แล้วแต่ต่อมาผู้ถูกร้องทั้ง 27 รายได้ยื่นอุทธรณ์ตามสิทธิ์

บล.ดาโอ และที่ปรึกษากฎหมายได้พิจารณาการยื่นอุทธรณ์ว่า โดยทั่วไปศาลอุทธรณ์จะใช้เวลาพิจารณาเอกสารราว 7-12 เดือน แต่เนื่องจากคดี MORE มีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมากและเอกสารหลักฐานจำนวนมากจึงคาดว่ากระบวนการอาจลากยาวไปถึง 1 ปีครึ่ง ถึง 2 ปี (ซึ่งศาลอุทธรณ์จะพิจารณาจากพยานหลักฐานในสำนวนเดิมในศาลชั้นต้นเป็นหลักและโดยไม่มีการไต่สวนพยานเพิ่มเติม)

บล.ดาโอ และคณะผู้บริหารมีความกังวลต่อคดีที่เกิดความล่าช้าและหากคดีดำเนินไปถึงชั้นศาลฎีกาก็จะใช้เวลาพิจารณาเพิ่มขึ้นไปอีก ซึ่ง บล.ดาโอ และคณะผู้บริหารคาดหวังว่าจะไม่ดำเนินไปถึงจุดนั้น

นายณัฐพงศ์ ณ ระนอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.ดาโอ (ประเทศไทย) ระบุว่า กรณีคดีหุ้น MORE นั้น เมื่อเทียบกับมาตรฐานต่างประเทศที่มักจะสามารถดำเนินกระบวนการยุติธรรมเสร็จสิ้น และเยียวยาผู้เสียหายได้ภายในเวลาประมาณ 3-4 ปี บริษัทมองว่าความยืดเยื้อล่าช้านี้ในการดำเนินคดีนี้อาจส่งผลให้สถาบันการเงินต่างประเทศทบทวนการบริหารความเสี่ยงในการลงทุนในประเทศไทย โดยอาจชะลอการขยาย หรือลดวงเงินลงทุนลง แม้ว่าเงินยังคงถูกอายัดไว้เนื่องจากคดียังไม่ถึงที่สุด แต่ความล่าช้าของคดีนั้นมีผลต่อการวางแผนธุรกิจของบริษัทในอนาคต ดังนั้น หากการดำเนินคดีถึงที่สุดโดยเร็วเชื่อว่าจะสนับสนุนความเชื่อมั่นต่อระบบการบังคับใช้กฎหมายของตลาดทุนไทยของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ อันเอื้อต่อการพัฒนาตลาดทุนไทยในระยะยาว