TNP ผลงาน Q3/69 โตแกร่ง กำไรเพิ่ม 21% รายได้พุ่ง 27% รับยอดขายต่อสาขาโดดเด่น ส่งซิก Q4/69 แกร่งรับไฮซีซั่น ปักหมุดลุยขยายอีก 30 สาขาใน 3 ปี ตามแผน JUMP+
บมจ. ธนพิริยะ (TNP) เปิดผลงานไตรมาส 3/2569 มีรายได้จากการขาย 929.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.11% และกำไรสุทธิ 57.63 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.91% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน รับแรงหนุนจากยอดขายสาขาเดิม (SSSG) พุ่งขึ้นกว่า 18% และเข้าสู่ไตรมาส 4 ช่วงไฮซีซั่นเพิ่มการจับจ่ายใช้สอย การท่องเที่ยวหนุน พร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจตามแผน JUMP+ ตั้งเป้าเพิ่มสาขา 30 แห่งภายใน 3 ปี ควบคู่ขยายช่องทางขายผ่าน Authorized Distributor เสริมศักยภาพการเติบโตและเพิ่มความแข็งแกร่งในธุรกิจค้าปลีก–ค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภคภาคเหนือ
เภสัชกรหญิงอมร พุฒิพิริยะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนพิริยะ จำกัด (มหาชน) หรือ TNP ผู้นำธุรกิจค้าปลีก–ค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภคในภาคเหนือ เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2569 มีทิศทางเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทมีรายได้จากการขายรวม 929.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.11% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 57.63 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.91% สะท้อนการฟื้นตัวของยอดขายและการขยายตัวของธุรกิจผ่านช่องทางจำหน่ายที่หลากหลาย ขณะที่ผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทมีรายได้จากการขายรวม 2,553.24 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.24% และมีกำไรสุทธิ 161.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.55% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการขยายสาขาใหม่และการฟื้นตัวของยอดขายสาขาเดิม รวมถึงการเติบโตของช่องทางค้าส่งจากสำนักงานใหญ่และช่องทางตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาต (Authorized Distributor)
“ภาพรวมธุรกิจในปี 2569 ช่วงต้นปีเผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อของผู้บริโภคที่อ่อนแอ ส่งผลให้ยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ในไตรมาส 1 ลดลง 3.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่สถานการณ์เริ่มปรับตัวดีขึ้นในไตรมาส 2 และโดดเด่นมากในไตรมาส 3 เร่งตัวขึ้นเป็น 18.4% และในไตรมาส 4 จะเป็นช่วงไฮซีซั่น สะท้อนทิศทางการบริโภคที่ฟื้นตัว รวมทั้งการปรับกลยุทธ์การขายที่รวดเร็วตรงใจลูกค้าในพื้นที่ ประกอบกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจช่วยเหลือค่าครองชีพของภาครัฐผ่านโครงการไทยช่วยไทยพลัสและจากการเพิ่มวงเงินให้แก่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจากเดิม 300 บาท เป็น 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน ส่งผลดีต่อยอดขายสินค้าผ่านสาขาและร้านค้าส่งธนพิริยะ ที่รับประโยชน์จากการกระตุ้นการบริโภคทั้งทางตรงและทางอ้อม” เภสัชกรหญิงอมรกล่าว
ด้านแผนการดำเนินธุรกิจ บริษัทเดินหน้าขยายการเติบโตผ่าน 2 กลยุทธ์หลักภายใต้โครงการเพิ่มมูลค่าบริษัท (JUMP+) ได้แก่ การขยายสาขาใหม่เพิ่ม 30 แห่ง ภายในระยะเวลา 3 ปี (2569–2571) เพื่อเพิ่มความครอบคลุมของพื้นที่ให้บริการ ขยายฐานลูกค้า และสร้างโอกาสในการเพิ่มรายได้ ควบคู่กับการขยายช่องทางจำหน่ายผ่าน Authorized Distributor เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเครือข่ายกระจายสินค้าและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้กว้างขวางยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทมีซูเปอร์มาร์เก็ตจำนวน 61 สาขา โดยเปิดสาขาใหม่ 5 สาขา (มกราคม-กันยายน 2569) ครอบคลุมจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ พะเยา และลำปาง พร้อมดำเนินธุรกิจผ่านช่องทางค้าส่งจากสำนักงานใหญ่และหน่วยรถจำหน่ายสินค้า (Van Sale) ซึ่งเป็นอีกกลไกสำคัญในการเข้าถึงร้านค้าปลีกท้องถิ่นและผู้บริโภคในพื้นที่สอดคล้องกับภาวะแข่งขันในธุรกิจค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคยังคงมีความเข้มข้น ทั้งจากผู้ประกอบการโมเดิร์นเทรดและร้านค้าท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม TNP ยังคงมีจุดแข็งจากความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคในพื้นที่ การบริหารสินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการในชีวิตประจำวัน และเครือข่ายการจำหน่ายที่ครอบคลุมทั้งค้าปลีกและค้าส่ง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาฐานลูกค้าและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจบริษัทมุ่งเน้นการวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าและพัฒนากลยุทธ์การตลาดให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและกำลังซื้อในแต่ละช่วงเวลา พร้อมติดตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ รวมถึงแนวโน้มการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว ซึ่งมีส่วนสนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจและกำลังซื้อในพื้นที่ภาคเหนือ เพื่อผลักดันการเติบโตของธุรกิจอย่างต่อเนื่องในอนาคต

More Stories
TSM โชว์ศักยภาพครบทุกมิติความยั่งยืน 2 โรงงานคว้าระดับสูงสุด Tier 3+ จากผลประเมิน NDPE Sugar
SA ปลื้ม “พราวิเนีย” คว้า 2 รางวัล World Luxury Spa Awards 2026
PLANET จับมือ Dragos ร่วมงาน CDIC 2026 ชูเทคโนโลยี OT Cybersecurity