WORK LIFE NEWS

"เกาะติดข่าว ทันกระแส ฉับไว"

A last cut of the cycle

Rebound

MPC: ผลการประชุมกนง.เมื่อวานนี้มีประเด็นไฮไลท์ที่น่าสนใจดังนี้

1) กนง.มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% จากระดับ 1.25% สู่ระดับ 1.00% โดยคณะกรรมการให้เหตุผลถึงการปรับลดในครั้งนี้ว่า เพื่อให้ภาวะการเงินสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและยังช่วยบรรเทาภาระหนี้ให้กับ SMEs และครัวเรือนเพิ่มเติม และเพื่อยึดเหนี่ยวการคาดการณ์เงินเฟ้อระยะปานกลางที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น

2) ความห่วงใยของกนง.ใน Statement ที่ออกมา หลักๆจะได้แก่ ความเสี่ยงเงินเฟ้อด้านต่ำเพิ่มขึ้นจากที่ประเมินไว้เดิม, สินเชื่อโดยรวมที่หดตัวต่อเนื่อง, สภาพคล่องของ SMEs และครัวเรือนที่ยังตึงตัว, การแข็งค่าของเงินบาท, ความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าโลก และ ความเสี่ยงด้านเสถียรภาพระบบการเงิน ภายหลังจากการลดดอกเบี้ยครั้งนี้ไปแล้ว เช่น ปรากฏการณ์ Hunger for yield

3) ช่วงตอบคำถามสื่อ คุณดอน นาครทรรพ เลขธิการกนง. ได้กล่าวว่า คณะกรรมการบางท่านเห็นควรให้ลดดอกเบี้ยในครั้งนี้เพื่อเป็นการช่วยให้ภาคธุรกิจสามารถ Transform ตัวเองให้ต่อสู้กับระเบียบโลกใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไป

4) คุณดอน มีการเน้นย้ำถึงคำว่า “เพียงพอ” ใน Statement อยู่หลายครั้ง ซึ่งอยู่ในบริบทที่ว่า “อัตราดอกเบี้ยที่ปรับลดลงอยู่ในระดับผ่อนคลายเพียงพอและสอดคล้องกับการประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า อีกทั้งเป็นระดับที่สนับสนุนให้เงินเฟ้อทยอยกลับเข้าสู่เป้าหมายในระยะปานกลางแล้ว”

5) คุณดอน ยังได้ให้รายละเอียดเสริมถึงการลดดอกเบี้ยในครั้งนี้ว่า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะตลาดคาดไว้แล้วว่าปีนี้กนง.จะลดดอกเบี้ย 1 ครั้ง เพียงแต่กนง.ตัดสินใจ Front load ขึ้นมาเร็วกว่าที่ตลาดคาดส่วนใหญ่ เนื่องจากไม่ต้องการรอให้ GDP มีการปรับขึ้นในรอบหน้าก่อน แล้วถึงค่อย Take action ซึ่งจะกลายเป็นการกระทำที่สวนความรู้สึก

6) ส่วนมิติทางด้าน Policy space นั้น กรรมการส่วนใหญ่มองว่าระดับ 50bps จากตรงนี้ (เทียบระดับปัจจุบันกับระดับ Floor ในช่วงโควิดที่ 0.50%) น่าจะเป็นอะไรที่เหมาะสมแล้ว ไม่ควรต่ำไปกว่านี้

Our take: ถือเป็นเหตุการณ์ที่ออกมา Surprise ตลาดเมื่อวานนี้ โดยก่อนหน้าการประชุม ตลาด Swap แทบไม่ได้ให้น้ำหนักใดๆต่อการลดดอกเบี้ยในครั้งนี้เลย ส่วนผลสำรวจ Bloomberg consensus พบมีนักเศรษฐศาสตร์เพียง 3 จาก 23 คนที่ประเมินการลดดอกเบี้ยไว้ เบื้องต้นประเมินเป็น Sentiment เชิงบวกต่อ SET Index ผ่านปรากฏการณ์ PE Expansion (รายละเอียดด้านล่าง) แต่การออกมาส่งสัญญาณว่าเป็นการลดดอกเบี้ยครั้งสุดท้ายของรอบเช่นนี้ ทำให้เราสามารถพูดได้ว่าข่าวดีจากนโยบายการเงินของไทยในปีนี้มีแนวโน้มสิ้นสุดลงเท่านี้เป็นที่เรียบร้อย

FIN: ในระยะสั้น มองการลดดอกเบี้ยแบบ Surprise ดังกล่าวส่งผลบวกต่อกลุ่มไฟแนนซ์โดยตรง ผ่านความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ที่ดีขึ้น, Loan demand ที่อาจปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย และ ต้นทุนทางการเงินของบริษัทที่ลดลง มองตลาดมีโอกาสเก็งกำไรหุ้นกลุ่มนี้ในระยะสั้น ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มสินเชื่อจำนำทะเบียน กลุ่มสินเชื่อส่วนบุคคล กลุ่มเช่าซื้อ บัตรเครดิต และบริหารหนี้ เป็นต้น

PE Expansion: จากการคำนวณของเรา การลดดอกเบี้ยครั้งนี้จะนำมาสู่ปรากฏการณ์ PE Expansion ซึ่งจะส่งผลให้ในกรณีดีสุดตามวิธี PE Model ตัวคูณ Forward PE ของ SET จะขยับขึ้นจาก 15.4x เป็น 15.9x ซึ่งเมื่อนำมาคูณกับประมาณการ EPS ปี 2026 เดิมที่ 96.4 บาท จะได้ว่าระดับ SET Index ที่เหมาะสมจะขยับขึ้นจากระดับ 1490 จุดมาอยู่ที่ 1530 จุด

1530: หากการประเมินของเราไม่ผิดพลาดว่าการลดดอกเบี้ยครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายของวงจร ระดับเป้าหมาย SET ที่ 1530 จุดนี้ยิ่งเป็นระดับที่เรามั่นใจมากขึ้นไปอีกว่าจะไม่มีการปรับขึ้นอีกแล้ว ยกเว้นเสียว่าจะเกิดเหตุการณ์ที่คาดการณ์ EPS ของเราจะถูกปรับขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งหากให้ประเมิน ณ วันนี้ ต้องบอกว่ายังเป็นเรื่องที่ยากอยู่ เนื่องจากคาดการณ์ EPS ในตลาด ณ ปัจจุบันยังอยู่เพียงแค่ระดับ 95.6 บาทเท่านั้น