WORK LIFE NEWS

"เกาะติดข่าว ทันกระแส ฉับไว"

Strong export data

Rebound

Strong export data

SET: คาด SET Index เปิดตลาดในระดับทรงตัว แม้ตลาดหุ้นสหรัฐฯจะปรับลงเมื่อคืนนี้ จากการที่นักลงทุนยังคงมีความไม่แน่ใจต่อแนวนโยบายการเก็บภาษี Tariff ของปธน.ทรัมป์ในช่วงถัดไป ซึ่งอาจใช้ช่องว่างทางกฎหมายมาตราอื่นที่มิใช่ IEEPA ไม่นับรวมกับปัจจัยที่เคยเข้ามากดดันก่อนหน้านี้อย่างผลกระทบของ AI ที่มีต่อความสามารถในการทำกำไรของบริษัทต่างๆ ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้เมื่อคืนเกิดการโยกย้ายเม็ดเงินออกจากสินทรัพย์เสี่ยงเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัยจำพวกทองคำและพันธบัตรอย่างชัดเจน

Strategy: คงประเมินกรอบแนวต้าน SET Index สัปดาห์นี้ที่ระดับ 1500 และ 1530 จุด ส่วนแนบรับประเมินที่ 1450 จุด ในเชิงกลยุทธ์ แนะจังหวะรอตั้งรับการเข้าซื้อ หลังดัชนีเข้ามาอยู่ในโซนที่ไม่เป็นต่อทางด้าน Valuation และสัญญาณเทคนิคเริ่มอ่อนแรง (Market breadth ปรับตัวลดลงรวดเร็ว)

Trade data: ไฮไลท์จากรายงานตัวเลขส่งออก-นำเข้าของไทยเมื่อวานนี้มีดังนี้

ส่งออกขยายตัว 24.4% ดีกว่าตลาดคาดที่ 8.2% อย่างมีนัยสำคัญ แม้หักทองคำอออกไปแล้ว ก็ยังขยายตัวได้ถึง 19.1% ถือเป็นอีกครั้งที่ยอดส่งออก Surprise ตลาดในแดนบวก

นำเข้าขยายตัว 29.4% สูงกว่าตลาดคาดที่ 10.5% อย่างมีนัยสำคัญ หากหักทองคำออกไป ก็ยังขยายตัวสูงถึง 26.3% โดยหากเจาะดูในรายละเอียด จะพบว่าเป็นการขยายตัวแทบทุกกลุ่มย่อย สะท้อนภาพกิจกรรมทางเศรษฐกิจภายในประเทศที่อยู่ในเกณฑ์ดี

เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ยังคงเป็นกลุ่มสินค้าที่ขยายตัวโดดเด่น (+67%) โดยสินค้าในกลุ่มย่อยสามารถขยายตัวได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น โทรศัพท์และอุปกรณ์ แผงวงจรไฟฟ้า ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ วงจรพิมพ์ หรือ มอเตอร์และเครื่องกำเนิดไฟฟ้า เป็นต้น

สินค้ากลุ่มอื่นๆที่ขยายตัวดี อาทิ ซอสพริก (+13%), เลนส์แว่นตา (+10%) ข้าวโพดหวานกระป๋อง แปรรูป (+16%)

Our take: หุ้นกลุ่มส่งออกอาจพอเป็นกลุ่มที่สามารถเก็งกำไรได้ในช่วงนี้ จากทั้งตัวเลขส่งออกที่ออกมาดีต่อเนื่อง รวมถึงความรุนแรงการเก็บภาษีนำเข้าของสหรัฐฯที่มีต่อไทยที่น่าจะลดลงได้บ้าง หลังจากคำตัดสินของศาลสูงสุดที่ออกมาเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มองกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ของไทยยังคงมีข้อได้เปรียบเฉพาะตัวเกี่ยวกับอุปสงค์ในระดับโลกที่ยังแข็งแกร่ง อย่างไรก็ดี ด้วยความที่ Valuation ขึ้นมาร้อนแรงแล้วโดยเฉพาะหุ้น DELTA ทำให้เราแนะนำนักลงทุนรอจังหวะซื้อเมื่อราคาปรับฐานลงมาน่าจะเป็นกลยุทธ์ที่ปลอดภัยกว่า