IEEPA tariffs struck down
SET: คาด SET Index เปิดตลาดในแดนบวก รับข่าว Sentiment การค้าในระดับโลกที่น่าจะดีขึ้นไม่มากก็น้อยจากคำตัดสินของศาลฎีกาสหรัฐฯ (รายละเอียดด้านล่าง) ซึ่งส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯปรับตัวลงในช่วงแรก มองกรอบแนวต้านแรกสัปดาห์นี้ที่ 1500 จุด และแนวต้านสำคัญของรอบนี้ที่ระดับ 1530 จุด ซึ่งเป็นระดับที่เราไม่สามารถปรับเพิ่มขึ้นได้อีกแล้ว (อิงตามบทวิเคราะห์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา) ส่วนแนวรับสำคัญสัปดาห์นี้ประเมินที่ระดับ 1450 จุด
Supreme Court: ศาลสูงสุดสหรัฐฯ มีคำพิพากษายกเลิกภาษีนำเข้าของปธน.ทรัมป์ ด้วยมติ 6 ต่อ 3 วินิจฉัยว่าปธน.ทรัมป์ ไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่ใช้อ้าง (IEEPA) ในการออกคำสั่งกำหนดภาษีนำเข้าแบบกว้างขวางทั่วโลก เพราะตามรัฐธรรมนูญ อำนาจในการเก็บภาษีและกำหนดอัตราภาษีนำเข้าเป็นของรัฐสภา ไม่ใช่ของประธานาธิบดี
Still uncertain: แม้ภาษีบางส่วนถูกยกเลิก แต่ศาลไม่ได้จำกัดเขตอำนาจในการกำหนดภาษีนำเข้าในอนาคตทั้งหมด ซึ่งหมายความว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ยังอาจใช้กฎหมายอื่นเพื่อกำหนดภาษีต่อไปได้ และการเจรจาการค้าระหว่างประเทศยังมีความไม่แน่นอนต่อเนื่อง นอกจากนั้นคำตัดสินของศาลไม่ได้ระบุชัดเจนว่า ภาษีนำเข้าที่ได้ชำระไปแล้วภายใต้อัตราที่สูงขึ้นนั้น จะต้องมีการคืนเงินหรือไม่ โดยยอดเงินดังกล่าวอาจมีมูลค่าสูงถึง 1-2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ
10%: ภายหลังคำประกาศของศาลไม่กี่ชั่วโมง ปธน.ทรัมป์ได้ออกมาแถลงแสดงความไม่เห็นด้วยทันที พร้อมประกาศว่าเขาได้ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารเพื่อกำหนด “ภาษีทั่วโลก” อัตรา 10% ฉบับใหม่ (ซึ่งขยายเพิ่มเติมเป็น 15% ในเวลาต่อมา) ภายใต้มาตรา 122 ของกฎหมาย Trade Act ปี 1974 โดยภาษีชุดใหม่นี้จะถูกเรียกเก็บเพิ่มเติมจากภาษีอื่น ๆ ที่ยังคงมีผลอยู่หลังคำตัดสินของศาล ที่ได้เพิกถอนภาษีที่ทรัมป์เคยกำหนดโดยใช้อำนาจตามกฎหมาย IEEPA
Our take: ไม่ว่าอย่างไรแล้ว เบื้องต้นเราประเมินเป็น Sentiment เชิงบวกเล็กน้อยต่อหุ้นกลุ่มส่งออกของไทยในภาพรวม ที่อาจจะเผชิญกับการเก็บภาษีนำเข้าที่น้อยลง (จาก 19% เหลือ 10%) โดยเฉพาะบริษัทที่เคยมีความกังวลต่อการถูกเก็บเพิ่มภาษีก่อนหน้านี้ ทั้งที่ส่งออกไปยังสหรัฐฯทางตรง และที่เป็นวัตถุดิบหลักของสินค้าที่มีปลายทางอยู่ที่สหรัฐฯ มองกลุ่มที่น่าจะได้ประโยชน์จากปัจจัยดังกล่าวอาทิเช่น
1) กลุ่มส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยง ได้แก่ AAI, ITC, ASIAN, TU
2) กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ DELTA, CCET, KCE, HANA
3) หุ้นอื่นๆที่มีสัดส่วนการส่งออกไปสหรัฐฯในระดับสูง เช่น PLUS, SMPC, TOG
4) หุ้นกลุ่มที่อิงกับเศรษฐกิจโลกตามความคาดหวังภาวะการค้าโลกที่ดีขึ้น เช่น IVL, PTTGC, SCC, SCGP
- Price impact: ส่วนปัจจัยที่น่าจับตาในช่วงถัดไปได้แก่ผลกระทบทางด้านราคาสินค้า ว่าการยกเลิกภาษีตามกฎหมาย IEEPA นี้จะทำให้แรงกดดันทางด้านราคาสินค้าปรับลดลงได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งหากมีแนวโน้มลดลง อาจเป็นการเปิดทางไปสู่ความเป็นไปได้ในการผ่อนคลายนโยบายการเงินของ Fed ได้ อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบของเราล่าสุดไปยังคาดการณ์เงินเฟ้อในตลาด (Breakeven) ปรากฏว่ายังไม่มีการตอบรับต่อข่าวดังกล่าวแต่อย่างใด
- Factors: สำหรับปัจจัยที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่
1) รายงานตัวเลขส่งออก-นำเข้าของไทยประจำเดือนม.ค.ในวันนี้ ซึ่งล่าสุดตลาดคาดการณ์ขยายตัวที่ระดับ 8.2% และ 10.5% ตามลำดับ
2) รายงานผลประกอบการของหุ้น NVIDIA ในวันที่ 25 ก.พ.
3) การประชุมกนง.ในวันที่ 25 ก.พ. ซึ่งคาดว่าจะมีมติคงดอกเบี้ยที่ระดับ 1.25% ต่อไป
4) การปรับน้ำหนักในตะกร้าดัชนี MSCI รอบโลก ซึ่งตรงกับช่วงปิดตลาดของวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ประเมินในรอบนี้ตลาดหุ้นไทยถูกลดน้ำหนักราว 2.5 พันล้านบาท ส่วนหุ้นที่ถูกถอดออกจากกระดานหุ้นใหญ่หรือ Standard Index ในรอบนี้อย่าง CPAXT มองสัปดาห์นี้เป็นโอกาสที่ดีในการทยอยเข้าสะสม

More Stories
หยวนต้าชู GUNKUL กำไร 3Q69 จ่อทำนิวไฮ แนะ “ซื้อ” เป้า 8.70 บาท มีอัพไซด์สูง 90%
“ทรีนีตี้” มองหุ้นไทยเดือนพ.ย.ช่วงแรกยังอาจถูกกดดัน แนะรอดูความชัดเจนของการเลือกตั้งสหรัฐฯ คัด 10 หุ้นเด่นรับตลาดผันผวน
“โกลเบล็ก” ชี้เป้า 6 หุ้นเด่นรับทรัพย์ “โซลาร์ภาคประชาชน”