WORK LIFE NEWS

"เกาะติดข่าว ทันกระแส ฉับไว"

sSET to remain dominant

SET: คาดการณ์ SET Index ยังทรงตัวในเกณฑ์ดี โดยเฉพาะหุ้นขนาดกลาง-เล็กที่เราประเมินความน่าสนใจกลับมาอีกครั้งเมื่อวานนี้ (รายละเอียดด้านล่าง) ส่วนปัจจัยหนุนวันนี้อาจมีเพิ่มเติมจากกลุ่ม Oil & Gas ที่ได้อานิสงส์จากราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้น รับความกังวลปัจจัย Geopolitical risk ระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่านที่เพิ่มขึ้น แม้ว่ารายงานการประชุม Fed ที่ออกมาเมื่อคืนนี้จะมีโทน Hawkish เล็กน้อยก็ตาม (รายละเอียดด้านล่าง)

sSET: สถานการณ์หุ้นขนาดกลาง-เล็กยังคงปรับตัวได้ดีต่อเนื่องตามที่เราประเมินไว้ โดยเมื่อวานนี้ดัชนี sSET ปรับเพิ่มขึ้นอีก 1.6% ดีกว่าดัชนี SET และ SET50 ที่ปรับขึ้นเพียง 0.5% และ 0.3% อย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ จากการตรวจสอบของเราไปยังเครื่องชี้สำคัญ ทั้งการมีส่วนร่วมของนักลงทุน Retail และระดับ Market breadth ของดัชนี พบว่ามีการปรับตัวสูงขึ้นทำ New high ของรอบอีกครั้ง โดยอยู่ที่ 37.2% และ 80% ตามลำดับ เมื่อมาประกอบกับระดับ Valuation ที่ยังคงต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลังที่ราว 18% ทำให้เรามีความเชื่อมั่นอย่างสูงว่าดัชนี sSET นี้จะสามารถเดินหน้าปรับตัว Outperform ต่อไปได้อีก

THANI: สำหรับตัวหุ้นที่อยู่ในดัชนี sSET นี้ที่ล่าสุดประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 4/25 ออกมาตั้งแต่ช่วงเย็นวานนี้และดีกว่าตลาดคาด จะได้แก่ THANI ประเมินว่าตัวหุ้นยังมีความน่าสนใจในหลากหลายมิติ ทั้ง Valuation ที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย, โมเมนตัมของการปรับเพิ่มประมาณการ, ความสามารถในการทำกำไร (ROIC > WACC) เป็นต้น ล่าสุดตัวหุ้นประกาศจ่ายปันผลอยู่ที่ 0.11 บาท คิดเป็น Dividend yield ถึง 5.6% สูงกว่าปีก่อนทั้งในแง่ของ Yield และ Payout ratio

Best of the rest: สำหรับตัวหุ้นอื่นๆในดัชนี sSET นี้ที่มีคุณสมบัติคล้ายกับ THANI (Valuation ถูก / โมเมนตัมการปรับประมาณการ / ความสามารถในการทำกำไร) จะได้แก่ AAI, COCOCO, ILM, KLINIQ, NSL, SABINA, SAPPE, SNNP, TFM, TKN เป็นต้น (เรียงตามลำดับอักษร)

FOMC Minutes: โทนที่ออกมาจากรายงานการประชุม Fed รอบล่าสุด พบว่าเอนเอียงไปทาง Hawkish เล็กน้อย โดยกรรมการส่วนหนึ่งส่งสัญญาณว่า การปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมควรถูก “พักไว้ก่อน” ในช่วงนี้ และอาจกลับมาดำเนินการอีกครั้งในช่วงปลายปี หากเงินเฟ้อชะลอลงตามที่คาดการณ์ไว้ นอกจากนั้น กรรมการบางรายยังหยิบยกความเป็นไปได้ที่การ “ขึ้นดอกเบี้ย” อาจถูกนำกลับมาพิจารณา และต้องการให้แถลงการณ์หลังการประชุมสะท้อนมุมมองสองด้านเกี่ยวกับการตัดสินใจอัตราดอกเบี้ยในอนาคตมากขึ้น ทั้งนี้ หลังรายงานดังกล่าวออกมา พบการ Price out ความเป็นไปได้ในการลดดอกเบี้ย Fed ปีนี้มากขึ้น ส่งผลให้ Bond yield สหรัฐฯในตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้นเช่นกัน