SET: คาดในช่วงเปิดตลาดสัปดาห์นี้ SET Index แกว่งตัวอิงทางบวก ส่วนหนึ่งจากรายงานเงินเฟ้อสหรัฐฯที่ออกมา (รายละเอียดด้านล่าง) และปัจจัยสำคัญจากแรงหนุนหุ้นขนาดใหญ่ในประเทศ ทั้ง DELTA และ GULF โดยราคาหุ้น DELTA มีแนวโน้มปรับขึ้น รับการประกาศกำไรไตรมาส 4/25 เมื่อเย็นวันศุกร์ที่ผ่านมาที่ออกมาดีกว่าตลาดคาดการณ์ไว้ พร้อมประกาศจ่ายปันผลในอัตรา 0.60 บาทต่อหุ้น ส่วนในรายของหุ้น GULF นั้น คาดว่าจะเห็นความคาดหวังเชิงบวกต่อตัวหุ้น ภายหลังบริษัทซื้อหุ้น KBANK เพิ่มแตะระดับ 10% และยังมาพร้อมกับการปรับขึ้นราคาเป้าหมายของโบรกเกอร์ต่างชาติในตลาด
Strategy: ในเชิงกลยุทธ์ แนะนำในลักษณะของการเก็งกำไรต่อไป โดยเฉพาะหุ้นที่อยู่ในชุดที่เราแนะนำว่าจะได้ประโยชน์จากนโยบายเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทยในระยะถัดไป ได้แก่ CPAXT, BJC, SAWAD, MTC, TIDLOR, AEONTS, GLOBAL, DOHOME, AOT, AAV, BA, ERW, CENTEL, AWC, KTB, SCB, KBANK, GULF, GUNKUL, BCPG, AMATA, WHA, STECON, STPI, PTG ซึ่งส่วนใหญ่ ล้วนแล้วแต่ยังคงซื้อขายด้วย Valuation ที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลังอยู่
CPI: สหรัฐฯรายงานตัวเลขเงินเฟ้อ (ดัชนีราคาผู้บริโภค) ประจำเดือนมกราคม พบว่าเงินเฟ้อทั่วไป (Headline CPI) ขยายตัวน้อยกว่าที่ตลาดคาดการณ์เล็กน้อย โดยราคารถยนต์มือสองลดลงมากที่สุดในรอบสองปี ขณะที่ราคารถยนต์ใหม่เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย ส่วนหมวดสำคัญอย่างราคาที่พักอาศัย เพิ่มขึ้นเพียง 0.2% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นน้อยที่สุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน ขณะที่ตัวชี้วัดสำคัญด้านที่อยู่อาศัยอื่นๆอยู่ในระดับอ่อนตัว จากตัวเลขดังกล่าวที่ออกมา ทำให้นักลงทุนเบาใจมากขึ้นต่อแรงกดดันเงินเฟ้อ และส่งผลให้ Bond yield ในตลาดกลับมาปรับตัวลดลงแรงอีกครั้ง มองเป็น Sentiment ที่ดีโดยรวมต่อสินทรัพย์ต่างๆในช่วงต้นสัปดาห์นี้ โดยเฉพาะกลุ่ม Rate sensitive เช่น ไฟแนนซ์ และกลุ่ม Bond-like อย่าง โรงไฟฟ้า, IFF และ REIT เป็นต้น
Factors: สำหรับปัจจัยที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่
1) รายงานตัวเลข GDP ไทยประจำไตรมาส 4/25 ในวันนี้ ซึ่งล่าสุดตลาดคาดขยายตัว 1.3% YoY และ 0.6% QoQ ซึ่งน่าจะทำให้ทั้งปี 2025 ขยายตัวในระดับราว 2.1%
2) รายงาน FOMC Minutes ในช่วงดึกของคืนวันที่ 18 ก.พ.ตามเวลาบ้านเรา
3) รายงานดัชนีราคา PCE ของสหรัฐฯประจำเดือนธันวาคมในวันที่ 20 ก.พ.
BBL: เราปรับลดประมาณการปี 2569 ลงเล็กน้อยจากเดิม 2% มาอยู่ที่ 4.3 หมื่นล้านบาท เพื่อสะท้อนการปรับเป้า NIM ลงจากเดิม (-18 bps จาก -12bps) ส่วนเป้าหมายทางการเงินอื่นๆยังคงเหมือนเดิมกับประมาณการก่อนหน้า ส่งผลให้ล่าสุด ราคาเป้าหมายของเราถูกปรับลงจาก 185 เป็น 180 บาท ทั้งนี้ภายใต้สมติฐานอัตราการจ่ายปันผลที่ 35% ของกำไร จะคิดเป็น DPS ที่ 8.5 บาท คิดเป็น Dividend Yield ที่ราว 5% ถือว่าค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับกลุ่ม ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องติดตามว่าธนาคารจะมีการพิจารณาปรับเพิ่มอัตราการจ่ายปันผลในอนาคตหรือไม่ เนื่องจากสัดส่วนเงินกองทุนปัจจุบันก็ไม่มีความน่ากังวล อย่างไรก็ตาม แม้ว่า Dividend Yield จะไม่สูงมาก แต่ยังมี Upside จากราคาเป้าหมาย ด้วยเหตุนี้ในเชิงพื้นฐาน เราจึงคงคำแนะนำ “ซื้อ”

More Stories
หยวนต้าชู GUNKUL กำไร 3Q69 จ่อทำนิวไฮ แนะ “ซื้อ” เป้า 8.70 บาท มีอัพไซด์สูง 90%
“ทรีนีตี้” มองหุ้นไทยเดือนพ.ย.ช่วงแรกยังอาจถูกกดดัน แนะรอดูความชัดเจนของการเลือกตั้งสหรัฐฯ คัด 10 หุ้นเด่นรับตลาดผันผวน
“โกลเบล็ก” ชี้เป้า 6 หุ้นเด่นรับทรัพย์ “โซลาร์ภาคประชาชน”