WORK LIFE NEWS

"เกาะติดข่าว ทันกระแส ฉับไว"

กูรูหุ้นประสานเสียงแนะ “ซื้อ” SSP อัพเป้าราคาสูงสุด 14.10 บ.

กูรูหุ้นประสานเสียงแนะ “ซื้อ” SSP อัพเป้าราคาสูงสุด 14.10 บ. ประสิทธิภาพโรงไฟฟ้าเพิ่ม – พร้อมลุยลงทุนตามแผน PDP 2026 ปี 69 เข้าสู่โหมดเติบโต คาดดันกำไรปกติปี 71 พุ่งแตะ 1.2 พันลบ.

กูรูประสานเสียงเชียร์ “ซื้อ” SSP ปรับราคาพื้นฐานราคาสูงสุดอยู่ที่ 14.10 บาทต่อหุ้น บล.หยวนต้า(ประเทศไทย)ประเมิน เข้าสู่รอบการเติบโตตั้งแต่ปี 2569 แรงหนุนจากประสิทธิภาพโรงไฟฟ้า SPN เพิ่มขึ้น รับรู้รายได้โครงการ Leo 2 เต็มปี พร้อมเดินหน้า Asset Recycling และมีโอกาสลงทุนตามแผน PDP 2026 ดันกำลังการผลิตเติบโตเท่าตัวภายในปี 2573 ขณะที่ บล.เอเซีย พลัสคาดกำไร Q3/69 เติบโต พร้อมปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติปี 2571 ขึ้น 20.9%สู่ระดับ 1.2 พันล้านบาท

บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เผยแพร่บทวิเคราะห์ แนะนำ “ซื้อ” หุ้นบริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SSP พร้อมปรับราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 2570 ขึ้นเป็น 14.10 บาท/หุ้น โดยมองแนวโน้มการเติบโตของกำไรยังมีปัจจัยสนับสนุนจากกำลังการผลิตในมือ รวมถึงโอกาสการลงทุนจากแผน PDP ฉบับใหม่และโครงการต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ แม้ราคาหุ้นปรับขึ้น 127% YTD แต่ยังซื้อขายบน PER27 เพียง 11.1 เท่า และ PBV27 ที่ 1.0 เท่า

ทั้งนี้ ประเมินว่ากำไร SSP เข้าสู่การเติบโตตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป คงประมาณการกำไรปี 2569 ที่ 691 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% YoY โดยมีแรงหนุนจากการปรับปรุงประสิทธิภาพแผงโซลาร์ของโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์ SPN และการเริ่มรับรู้รายได้โครงการ Leo 2 ในญี่ปุ่นแบบเต็มปี ขณะที่ปรับประมาณการกำไรปี 2570 เพิ่มขึ้น 9% เป็น 818 ล้านบาท หรือเติบโต 18% YoY แม้มีการขายโครงการ Yamaga ขนาด 30 MW แต่สามารถชดเชยได้จากโรงไฟฟ้าขยะชุมชนขนาดรวม 9 Mwe (โครงการ WTE 9MW เทียบเท่ากับโครงการ Solar ราว 90MW)

สำหรับปี 2571 คาดกำไรปกติอยู่ที่ 1,208 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48% YoY จากการรวมโครงการลม Bago ในฟิลิปปินส์ ขนาด 150 MW ซึ่งมีค่าไฟฟ้าสูงกว่าไทยราว 50% โครงการ RE Big Lot ขนาดรวม 92 MW และโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ Xuejia 1 ในไต้หวัน ขนาด 17 MW เข้ามาในประมาณการ โดยทุกโครงการคาด COD ในช่วงไตรมาส 4/2570 ส่งผลให้กำไรปกติมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 25.0% ต่อปีในช่วงปี 2568-2571

SSP ปัจจุบันมี IBD/E อยู่ที่ 2.1 เท่า ณ ไตรมาส 2/2569 และหากรวมการขายโครงการ Yamaga ซึ่งคาดว่าจะรับรู้กำไรพิเศษ 300-500 ล้านบาทในไตรมาส 3/2569 จะทำให้ IBD/E ลดลงต่ำกว่า 2 เท่า ขณะที่ Covenant อยู่ที่ IBD/E 3.0 เท่า จึงมีศักยภาพในการลงทุนได้สูงถึง 8,000 ล้านบาท หรือเทียบเท่าโอกาสการลงทุนไม่น้อยกว่า 266 MWe โดยอิงเงินลงทุน 30 ล้านบาท/MW

ขณะเดียวกัน SSP รับโอกาสจาก PDP 2026 ซึ่งในช่วง 12 ปีแรกของร่างแผน PDP 2026 ระหว่างปี 2569-2580 มีแผนเพิ่มกำลังการผลิตจากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ทั้ง Solar และ Solar+BESS รวม 38,800 MW ขณะที่ SSP ประกอบธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน 100% จึงมีโอกาสเติบโตตามแผนดังกล่าว รวมถึงโครงการโซลาร์ชุมชน 1,500 MW และโอกาสลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในฟิลิปปินส์เพิ่มเติม จากเดิมที่ลงทุนโครงการลม Bago ขนาด 150 MW ซึ่งคาด COD ในไตรมาส 4/2570

ด้าน บริษัทหลักทรัพย์เอเซีย พลัส จำกัด แนะนำ “ซื้อ” SSP ให้ราคาเป้าหมาย 8.30 บาท มองเชิงบวกต่อผลการดำเนินงานของ SSP ในช่วงครึ่งแรกปี 2569 โดยคาดกำไรปกติไตรมาส 3/2569 อยู่ที่ประมาณ 120-160 ล้านบาท เพิ่มขึ้น QoQ จาก 60.3 ล้านบาทในไตรมาส 2/2569 ตามปัจจัยฤดูกาลของโรงไฟฟ้าโซลาร์ในญี่ปุ่นและโรงไฟฟ้าพลังงานลม รวมถึงการรับรู้รายได้จากโครงการต่างๆ ขณะที่คาดว่าโรงไฟฟ้าพลังงานลมจะมีแนวโน้มทำจุดสูงสุดของปีในไตรมาส 4/2569 และมีโครงการโรงไฟฟ้าขยะ 2 โครงการ รวม 19.8 MW เตรียม COD ช่วงปลายปี

ภาพระยะยาว SSP ตั้งเป้าเพิ่มกำลังการผลิตติดตั้งจากปัจจุบัน 367 MW หรือ 307 MWe สู่ 1,000 MW ในปี 2575 โดยมีโครงการใน Pipeline 10 โครงการ กำลังการผลิตตามสัญญา PPA รวม 380.4 MWe ซึ่งจะทยอย COD ตั้งแต่ไตรมาส 4/2569-2573 ส่งผลให้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นกว่า 123% จากปัจจุบัน สู่ 687 MWe ภายใน 4 ปีข้างหน้า โดยมีโครงการ Bago Wind Farm ขนาด 150 MWe เป็นโครงการใหญ่ที่สุด ภายใต้ GEAP-2 สัญญา PPA 20 ปี FIT 5.8480 PHP/kWh และคาด COD ไตรมาส 4/2570

ขณะที่ SSP เคยได้รับคัดเลือกโครงการพลังงานหมุนเวียนรวม 170.5 MW หรือประมาณ 2.3% ของกำลังเปิดรับซื้อ 2 รอบ รวม 7.4 พัน MW และยังมีโอกาสรับการลงทุนใหม่จาก PDP 2026 ส่วนธุรกิจ EPC มีปัจจัยหนุนจากนโยบาย Solar Rooftop โดยในปี 2568 มีสัดส่วนรายได้ 2.8%

ด้านประมาณการจาก Impact Insight คาดกำไรปกติปี 2569 ที่ 693.9 ล้านบาท เติบโต 12.2% YoY จากการผลิตไฟฟ้าของ Solar SPN ที่เพิ่มขึ้นหลังเปลี่ยนแผงแล้วเสร็จ การเดินเครื่องเต็มปีของลม TTTV การรับรู้รายได้ Leo 2 เต็มปี และโรงไฟฟ้าขยะรวม 19.8 MW ในช่วงปลายปี 2569 พร้อมปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติปี 2571 ขึ้น 20.9% จากเดิม สู่ระดับ 1.2 พันล้านบาท เพื่อสะท้อนการรวมโครงการ Bago Wind Farm ขนาด 150 MWe ในประมาณการ