Geopolitics back in focus
-World: สหรัฐฯเปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศระลอกใหม่ต่ออิหร่าน พร้อมเพิกถอนข้อยกเว้นที่เคยอนุญาตให้อิหร่านสามารถส่งออกน้ำมันสู่ตลาดโลกได้ หลังเกิดเหตุโจมตีเรือพาณิชย์หลายครั้งในช่องแคบ Hormuz ก่อนหน้า เพิ่มความเสี่ยงมากขึ้นต่อข้อตกลงสันติภาพที่มีเป้าหมายบรรลุข้อตกลงภายใน 60 วัน ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อคืนนี้ โดย Brent กลับมายืนเหนือระดับ 75 เหรียญฯต่อบาร์เรลอีกครั้ง ทำให้คาดการณ์เงินเฟ้อและคาดการณ์ดอกเบี้ย Fed ปรับขึ้นเล็กน้อย ส่งผลต่อเนื่องไปยังภาพ Bond yield สหรัฐฯให้มีการปรับตัวขึ้นอย่างสำคัญ
-Our take: ปัจจัย Geopolitics ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยเสี่ยงที่เราประเมินไว้เป็น Key risk สำหรับการลงทุนในช่วงไตรมาส 3 เนื่องจากว่าในช่วงที่ผ่านมาดูเหมือนว่าตลาดจะ Price out ปัจจัยดังกล่าวไปหมดแล้ว ดังนั้นทุก Noise ที่เกิดขึ้นใหม่ จะเป็น Sentiment เชิงลบกับสินทรัพย์ต่างๆที่มิใช่น้ำมันได้ เนื่องจากจะทำให้นักลงทุนอาจกลับมากังวลกับความเสี่ยงที่เงินเฟ้ออาจอยู่ในระดับสูงยืดยาวออกไป (Higher for longer) และอาจทำให้ธนาคารกลางต่างๆมีแนวโน้มใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น อาทิเช่น Fed ที่สมมติฐานหลักของเราให้ว่าจะยังไม่มีการปรับขึ้นดอกเบี้ยในไตรมาสนี้ ไม่ว่าอย่างไรแล้ว ในกรณีฐานเรายังคงเชื่อว่าปัจจัย Geopolitics นี้จะไม่ได้กลับมาเข้มข้นเหมือนช่วงก่อนหน้านี้อีกแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเข้าใกล้ช่วงเวลาของการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯที่รออยู่ ซึ่งน่าจะทำให้โอกาสที่ราคาน้ำมันดิบจะกลับขึ้นไปแถวบริเวณ 90-100 เหรียญฯต่อบาร์เรลอีกครั้งน่าจะยังเป็นเรื่องที่ยากอยู่
-Implication: ในฝั่งผลกระทบต่อราย Sector นั้น มองปัจจัยดังกล่าวเป็น Sentiment เชิงบวกบวกระยะสั้นต่อกลุ่ม Oil & Gas ของไทยวันนี้ ในทางกลับกัน ประเมินเป็น Sentiment เชิงลบต่อหุ้นกลุ่มผู้ใช้น้ำมันและก๊าซทั้งหลาย เช่น สายการบิน โรงไฟฟ้า เป็นต้น
-SCGP: คงคำแนะนำ “ซื้อ” และปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 34 บาท อิง PER เฉลี่ยที่ 20x หลังเราปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2026 จาก 4,146 ล้านบาท เป็น 7,317 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 76% สะท้อนสมมติฐาน Margin ที่ดีกว่าคาด โดยเฉพาะ Integrated Packaging และ Fajar ที่ฟื้นตัวเร็วกว่าประมาณการเดิม คาด SCGP จะรายงานกำไรสุทธิ 2Q26 ที่ 2.1 พันล้านบาท +108% YoY, +34% QoQ จาก Volume ที่กลับมาเป็นปกติหลังวันหยุดยาวใน 1Q26 ทั้งในเวียดนามและอินโดนีเซีย รวมถึง Dissolving Pulp ที่ไม่มี maintenance shutdown เหมือนไตรมาสก่อน ขณะที่ราคาขายสามารถปรับขึ้นได้ตามต้นทุน หนุนรายได้และ Margin โดยรวมดีขึ้น ทั้งนี้ แนวโน้ม 3Q26 อาจจะอ่อนตัว แรงกดดันจาก RCP cost ที่มี lag และถูกใช้เป็นต้นทุนจริงหลังราคาปรับขึ้นใน 2Q26

More Stories
โบรกเกอร์เชียร์ “ซื้อ” TEGH เคาะเป้าราคาสูง 4.40 บ. ออเดอร์ยางทะลัก!
กูรูหุ้นเชียร์ “ซื้อ” SAFE เคาะเป้าสูงสุด 9.80 บ. ขึ้นแท่นหุ้นเมกะเทรนด์ PE ต่ำ – กฎหมายอุ้มบุญหนุน
กูรูเชียร์ “ซื้อ” PTG เคาะเป้าสูงสุด 9.80 บ./หุ้น พันธุ์ไทย – โรงไฟฟ้าขยะโดดเด่น ดันกำไรฟื้น