WORK LIFE NEWS

"เกาะติดข่าว ทันกระแส ฉับไว"

SVT ยกระดับธุรกิจด้วย AI สู่ Smart Retail

SVT ยกระดับธุรกิจด้วย AI สู่ Smart Retail ที่ทันสมัย สร้างการเติบโตแข็งแกร่ง

SVT ตอกย้ำบทบาทผู้นำค้าปลีกผ่าน Vending Machine เมืองไทย ใช้ AI ขับเคลื่อนธุรกิจสู่ Smart Retail เดินหน้าเปลี่ยนจากตู้ระบบเก่าสู่ตู้ระบบออนไลน์เต็มรูปแบบ ยกระดับการบริหารจัดการและการบริการที่เหนือกว่าให้กับลูกค้า เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ สร้างโอกาสการขายที่หลากหลาย และสร้างการเติบโตอย่างมั่นคง

นายพิศณุ โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ซันเวนดิ้ง เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ SVT ผู้ดำเนินธุรกิจค้าปลีกผ่านเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ (Vending Machine) ภายใต้แบรนด์ SUN Vending เปิดเผยถึงแผนสร้างการเติบโต ด้วยการนำเทคโนโลยี AI และข้อมูลมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจเพื่อสร้างการเติบโตอย่างมั่นคง ในงาน “นักวิเคราะห์ นักลงทุน พบกลุ่มสหพัฒน์” ครั้งที่ 15 ปี 2569 ว่า SVT กำลังเดินหน้ากลยุทธ์ครั้งใหญ่ ด้วยการนำเทคโนโลยี AI และ Big Data เข้ามาขับเคลื่อนธุรกิจสู่ Smart Retail จากเมื่อก่อนตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติไม่สามารถส่งข้อมูลกลับมาวิเคราะห์ได้ แต่ปัจจุบันได้เปลี่ยนเป็นตู้ระบบออนไลน์ที่เชื่อมโยงข้อมูลแบบเรียลไทม์ ทำให้การตัดสินใจทางธุรกิจแม่นยำและทันสมัยขึ้น สะท้อนความเป็นผู้นำธุรกิจค้าปลีกอัตโนมัติในประเทศไทย

ทั้งนี้ AI ถือเป็นหัวใจสำคัญในการบริหารจัดการธุรกิจ เนื่องจากบริษัทมีข้อมูลธุรกรรมมากกว่า 50 ล้านรายการต่อเดือน มีความซับซ้อนเกินกว่าที่แรงงานคนจะสามารถวิเคราะห์ได้อย่างครอบคลุม AI จึงเปรียบเสมือน “แสงสว่างปลายอุโมงค์” ที่เข้ามายกระดับการดำเนินงาน ตั้งแต่การวางแผนเติมสินค้า การเลือกสินค้าที่เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ ไปจนถึงการดูแลรักษาตู้ให้พร้อมใช้งานอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ การใช้ AI ในการวางแผนเติมสินค้า ช่วยให้พนักงาน 1 คนเติมสินค้าได้เพิ่มขึ้นจาก 13 จุด เป็น 15 จุดต่อวัน เพิ่มประสิทธิภาพกว่า 15% นอกจากนี้ AI ยังช่วยวิเคราะห์ว่าสินค้าใดควรวางในตู้ไหนเพื่อเพิ่มโอกาสการขาย พร้อมตรวจสอบอุณหภูมิและความผิดปกติของตู้ เพื่อป้องกันไม่ให้สินค้าขาดหรือตู้ไม่เย็น

นายพิศณุ กล่าวเพิ่มเติม ว่า ปัจจุบันบริษัทมีตู้จำหน่ายสินค้าเกือบ 20,000 ตู้ ครอบคลุมกว่า 5,000 พื้นที่ทั่วประเทศ โดยหลังจากการ IPO ในปี 2564 บริษัทได้เปลี่ยนตู้ธรรมดาให้เป็นตู้ระบบออนไลน์ที่เชื่อมโยงข้อมูลแบบเรียลไทม์ ทำให้ข้อมูลธุรกรรมกว่า 50 ล้านรายการต่อเดือน สามารถนำมาวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่ได้อย่างละเอียด เพื่อให้บริษัทเลือกสินค้าที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าในแต่ละพื้นที่ที่ติดตั้งตู้ได้มากขึ้น ช่วยเพิ่มยอดขายและหนุนผลการดำเนินงานให้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ตอกย้ำบทบาทความเป็นผู้นำธุรกิจค้าปลีกอัตโนมัติในประเทศไทยอย่างแท้จริง

“เทคโนโลยี AI ไม่เพียงช่วยลดต้นทุน แต่ยังทำให้การทำงานของบริษัทมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งการจัดการสินค้า การวิเคราะห์ข้อมูล และการตอบสนองลูกค้า อีกทั้งยังเป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ที่ช่วยให้บริษัทปรับตัวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจ และสร้างความได้เปรียบเหนือคู่แข่งอย่างยั่งยืน” นายพิศณุ กล่าว