WORK LIFE NEWS

"เกาะติดข่าว ทันกระแส ฉับไว"

PCE ไตรมาส 2 ฟื้นตัวแรง! ไบโอดีเซลหนุน-กางพิมพ์เขียว JUMP+ ดันเป้ากำไร 800 ลบ.

PCE ไตรมาส 2 ฟื้นตัวแรง! ไบโอดีเซลหนุน-กางพิมพ์เขียว JUMP+ ดันเป้ากำไร 800 ลบ.

สำนักข่าว Work Life News บริษัท เพชรศรีวิชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PCE ส่งสัญญาณแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2/2569 เติบโตโดดเด่น หลังรับอานิสงส์เต็มไตรมาสจากการปรับสูตรไบโอดีเซลของภาครัฐ ด้านผู้บริหารกางแผนยุทธศาสตร์ “JUMP+” มุ่งขยายโรงงานหลัก หนุนทั้งรายได้และอัตรากำไรขั้นต้น (Margin) สู่เป้าหมายกำไรสุทธิ 750-800 ล้านบาท ภายในปี 2571

คุณกีรติ ไชยะกุล ผู้อำนวยการอาวุโสสายงานบัญชีและการเงิน บมจ.เพชรศรีวิชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ (PCE) เปิดเผยถึงทิศทางธุรกิจในไตรมาส 2/2569 ว่า บริษัทจะเริ่มรับรู้รายได้อย่างเต็มกำลังในส่วนของธุรกิจไบโอดีเซล (B100) หลังจากที่ภาครัฐมีประกาศเมื่อวันที่ 15 มีนาคมที่ผ่านมา ให้ปรับสูตรการผสมน้ำมันจาก B5 เป็น B7 ส่งผลให้บริษัทสามารถส่งมอบผลิตภัณฑ์ตามสูตรใหม่นี้ได้เต็มไตรมาส 2 ผนวกกับการมีผลิตภัณฑ์ B20 เป็นทางเลือกเพิ่มเติมให้แก่ลูกค้า ซึ่งจะเข้ามาสนับสนุนให้รายส่วนนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน

นอกจากนี้ ผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/2569 จะได้รับปัจจัยบวกจากการทยอยบันทึกรายการกลับ (Reverse) ผลกระทบทางบัญชีจากการวัดมูลค่าสินทรัพย์ทางการเงินตามราคาตลาด (Mark-to-Market) ของสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Forward) ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) ซึ่งเคยรับรู้ผลขาดทุน (Mark Loss) ไปในช่วงสิ้นไตรมาส 1 ที่ผ่านมา ปัจจัยดังกล่าวจะช่วยหนุนให้ภาพรวมผลประกอบการไตรมาส 2 เติบโตขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาส 1 และเป็นไปตามแผนงานที่วางไว้

เปิดพิมพ์เขียวภายใต้ “JUMP+”

เพื่อขับเคลื่อนองค์กรไปสู่เป้าหมายกำไรสุทธิ 750-800 ล้านบาท ภายในปี 2571 PCE ได้ดำเนินกลยุทธ์ผ่านโครงการ JUMP+ โดยมุ่งขยายกำลังการผลิตและยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมปาล์มผ่านโครงการหลัก ได้แก่:
การขยายกำลังการผลิตโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม: ตั้งเป้าเปิดดำเนินการให้ครบทั้ง 3 เฟส เพื่อสร้างความได้เปรียบด้านต้นทุนจากการประหยัดต่อขนาด (Economy of Scale)

การอัปเกรดโรงกลั่นสู่อุตสาหกรรมพรีเมียม (Premium Grade): นำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาดึงสารสำคัญบางชนิดออกจากน้ำมันปาล์ม เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าระดับพรีเมียม ขยายฐานตลาดใหม่ และดันมาร์จิ้นให้สูงขึ้น

กางแผนเงินทุนแกร่ง

สำหรับแผนการใช้เงินทุนเพื่อรองรับการขยายตัวดังกล่าว PCE จะบริหารจัดการผ่าน 3 แหล่งเงินทุนหลัก ประกอบด้วย เงินที่ได้จากการระดมทุน (IPO) ซึ่งคาดว่าจะใช้ครบถ้วนภายในปีนี้หรืออย่างช้าไม่เกินปีหน้า, วงเงินสินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์ชั้นนำ และกระแสเงินสดหมุนเวียนจากผลกำไรของบริษัท

ทั้งนี้ การที่ PCE มีระบบการดำเนินธุรกิจที่สอดคล้องกับมาตรฐานความยั่งยืน (ESG) สอดรับกับเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อสีเขียวของสถาบันการเงินที่กำลังมองหาพันธมิตรกลุ่ม ESG ส่งผลให้บริษัทมีความพร้อมสูงด้านแหล่งเงินทุน และยังไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนในการใช้เครื่องมือทางการเงินอื่นๆ เช่น การออกใบสำคัญแสดงสิทธิ (Warrant) หรือการเพิ่มทุนในระยะอันใกล้นี้ เว้นแต่จะมีบิ๊กโปรเจกต์ขนาดใหญ่ในอนาคต

ขับเคลื่อนห่วงโซ่อุปทานสีเขียวด้วยมาตรฐาน ESG

นอกเหนือจากโครงสร้างพื้นฐานด้านการผลิตที่ครบวงจร ตั้งแต่โรงสกัด คลังสินค้า ท่าเทียบเรือ ตลอดจนกองเรือและรถขนส่ง PCE ยังชูจุดเด่นด้านความยั่งยืนผ่านโครงการ ESG ที่มีความคืบหน้าอย่างชัดเจน โดยมุ่งเน้นการสนับสนุนกลุ่มเกษตรกรต้นน้ำ การพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability System) เพื่อให้มั่นใจว่าวัตถุดิบปาล์มทั้งหมดมาจากแหล่งปลูกที่ถูกต้องตามกฎหมายและไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการใช้ทรัพยากรหมุนเวียนในโรงงานอย่างคุ้มค่าและการดูแลชุมชนโดยรอบ ซึ่งมิติทางด้าน ESG นี้กลายเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้สินค้าของ PCE ได้รับความไว้วางใจในเวทีการค้านานาชาติ ท่ามกลางกฎเกณฑ์การค้าโลกที่เข้มงวดขึ้น