WORK LIFE NEWS

"เกาะติดข่าว ทันกระแส ฉับไว"

KTIS เดินหน้า “โครงการทายาทชาวไร่อ้อย 100 ล้าน รุ่น 2”

KTIS เดินหน้า “โครงการทายาทชาวไร่อ้อย 100 ล้าน รุ่น 2” ปั้นเกษตรกรรุ่นใหม่ ใช้เทคโนโลยีทันสมัย เพิ่มผลผลิตอ้อยสู่ 20 ตันต่อไร่

กลุ่ม KTIS ประกาศเปิดตัว “โครงการทายาทชาวไร่อ้อย 100 ล้าน รุ่นที่ 2” ประจำปีการผลิต 2569/70 หลังกระแสตอบรับดีเยี่ยมจากโครงการรุ่นที่ 1 มุ่งเป้าดึงดูดคนรุ่นใหม่กลับบ้านเพื่อสืบทอดอาชีพเกษตรกรที่สามารถยึดเป็นอาชีพได้อย่างมั่นคง หวังยกระดับการทำไร่อ้อยด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ มีเป้าหมายและตัวชี้วัดชัดเจน ผลผลิตต่อไร่ต้องเพิ่มขึ้นหรือไม่น้อยกว่า 15 ตันต่อไร่ และมุ่งสู่ 20 ตันต่อไร่ อย่างยั่งยืน เผยชาวไร่อ้อยแปลงใหญ่สนใจเข้าร่วมรุ่น 2 มากกว่ารุ่นแรก คิดเป็นพื้นที่ประมาณ 50,000 ไร่

นายภูมิรัฐ หวังปรีดาเลิศกุล ผู้อำนวยการฝ่ายไร่ กลุ่มบริษัท เกษตรไทย อินเตอร์เนชั่นแนล ชูการ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือกลุ่ม KTIS ผู้นำในอุตสาหกรรมน้ำตาลและอุตสาหกรรมต่อเนื่องครบวงจรสู่ BCG อย่างยั่งยืน เปิดเผยว่า จากความสำเร็จของ “โครงการทายาทชาวไร่อ้อย 100 ล้าน” ในรุ่นที่ 1 (ปี 2567/68) ที่มีผู้สนใจเข้าร่วม 73 ราย พื้นที่ปลูกอ้อยประมาณ 617 ไร่ และสร้างผลผลิตได้กว่า 42,715 ตัน ทำให้มีความมั่นใจในการสานต่อโครงการนี้ในรุ่นที่ 2 ที่มีตัวชี้วัดความสำเร็จที่สำคัญคือ ปริมาณผลผลิตต่อไร่ต้องเพิ่มขึ้นหรือไม่น้อยกว่า 15 ตันต่อไร่ และมุ่งสู่เป้าหมายสูงสุดที่ 20 ตันต่อไร่ อย่างยั่งยืน

เป้าหมายของโครงการนี้เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ทายาทชาวไร่อ้อยกลับมาพัฒนาพื้นที่ของครอบครัว โดยใช้ความรู้และเทคโนโลยีเกษตรสมัยใหม่เข้าช่วย เพื่อจะได้ทำงานหนักน้อยลงแต่ได้ผลผลิตมากขึ้น ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยให้มีความเป็นอยู่ที่ดี มีความมั่นคงได้ด้วยอาชีพปลูกอ้อย อีกทั้งยังทำให้รุ่นลูกรุ่นหลานของชาวไร่อ้อยเต็มใจที่จะสืบทอดอาชีพทำไร่อ้อยอย่างภาคภูมิใจ ซึ่งจากข้อมูลเบื้องต้นพบว่ามีชาวไร่อ้อยแปลงใหญ่สนใจเข้าร่วมโครงการรุ่น 2 มากกว่ารุ่นแรก คิดเป็นพื้นที่สูงถึงประมาณ 50,000 ไร่” นายภูมิรัฐ กล่าวและเสริมว่า โครงการนี้ไม่ใช่เพียงแค่การต่อยอดความสำเร็จจากรุ่นสู่รุ่นเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างรากฐานที่มั่นคงให้กับอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลของประเทศไทยโดยรวมด้วย

สำหรับโครงการรุ่นที่ 2 นี้ แบ่งเป็น 3 ระยะหลัก ๆ เริ่มตั้งแต่การบ่มเพาะและวางรากฐาน การจัดการเชิงรุกด้วยเทคโนโลยี และการเพิ่มมูลค่าและคุณภาพการเก็บเกี่ยว ทั้งนี้ จะนำระบบ Mentor System โดยให้ทายาทชาวไร่รุ่น 1 เป็นพี่เลี้ยงรุ่นที่ 2 เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์จริงที่ไม่สามารถหาได้ในตำรา

นายภูมิรัฐ กล่าวถึงรายละเอียดเพิ่มเติมของโครงการทายาทชาวไร่อ้อย 100 ล้านว่า มีการถ่ายทอดความรู้ด้านการบริหารจัดการไร่อ้อยอย่างเป็นระบบ ด้วยการนำเทคโนโลยีและวิธีการสมัยใหม่มาใช้ เพื่อก้าวสู่การทำไร่อ้อยอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ยังมีการสร้างเครือข่ายความร่วมมือ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ระหว่างเกษตรกรทายาทรุ่นใหม่ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคเกษตรอ้อย อีกทั้งผลักดันทายาทชาวไร่ให้มีความสามารถในการสืบทอดกิจการไร่อ้อยให้เติบโตต่อไปอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

“อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลถือเป็นหนึ่งในเสาหลักของเศรษฐกิจการเกษตรไทย สร้างรายได้และการจ้างงานให้กับประชาชนจำนวนมาก แต่ในขณะเดียวกัน ภาคเกษตรก็ต้องเผชิญกับความท้าทายจากทั้งสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง ความต้องการของตลาดโลกที่ผันผวน ตลอดจนนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดมากขึ้น การสร้างทายาทเกษตรกรรุ่นใหม่ที่มีความรู้ ความสามารถ และพร้อมที่จะนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้ภาคการเกษตรไทยก้าวต่อไปได้อย่างแข็งแรง เพื่อช่วยให้อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลของไทยมีความสามารถในการแข่งขันในระดับโลกอย่างยั่งยืน” นายภูมิรัฐ กล่าว