WORK LIFE NEWS

"เกาะติดข่าว ทันกระแส ฉับไว"

CGSI มองเป็นโอกาสสะสมหุ้น THAI แนะนำเป็น “ซื้อ” จากเดิม “ถือ”

CGSI มองเป็นโอกาสสะสมหุ้น THAI หากมีการขายทำกำไรระยะสั้น เนื่องจากอุตสาหกรรมการบินในปีนี้มีแนวโน้มสดใส และการประเมินมูลค่ายังน่าสนใจ พร้อมปรับเพิ่มคำแนะนำเป็น “ซื้อ” จากเดิม “ถือ”

ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ระบุในบทวิเคราะห์ ว่า THAI มีหุ้นจำนวน 2.64 หมื่นล้านหุ้นอยู่ภายใต้ข้อกำหนดห้ามขายหุ้นเป็นเวลา 1 ปีนับจากวันที่กลับเข้าซื้อขายในตลาดเมื่อวันที่ 4 ส.ค.68 โดยผู้ถือหุ้นจะสามารถขายหุ้นได้ไม่เกิน 25% ของจำนวนหุ้นที่ถูกห้ามขาย (6.6 พันล้านหุ้น) ในวันนี้(4 ก.พ.69) และที่เหลืออีก 1.98 หมื่นล้านหุ้น จะสามารถขายได้ในเดือนส.ค.69 ส่วนหุ้นที่ห้ามขาย 1.557 หมื่นล้านหุ้นถือโดยผู้มีส่วนร่วมในการบริหาร (strategic investor) และที่เหลืออีก 1.084 หมื่นล้านหุ้นถือโดยนักลงทุนซึ่งได้รับจัดสรรหุ้นจากการแปลงหนี้เป็นทุน

ทั้งนี้ หลังปรับโครงสร้างทุนในปี 67 THAI มีหุ้นเพิ่มขึ้นจาก 2.183 พันล้านหุ้น เป็น 2.83 หมื่นล้านหุ้น ประกอบด้วยหุ้นที่เกิดจากการแปลงหนี้เป็นทุน 2.1 พันล้านหุ้น ที่ราคา 2.5452 บาท/หุ้น และประมาณ 5.3 พันล้านหุ้นเกิดจากการขายหุ้นเพิ่มทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม (rights offering) ที่ราคา 4.48 บาท/หุ้น ซึ่งหุ้นทั้งสองส่วนขายในราคาต่ำกว่าราคาตลาดปัจจุบัน

ฝ่ายวิเคราะห์ฯ จึงคาดว่า อาจมีการขายทำกำไรในระยะสั้นหลังครบกำหนดห้ามขายหุ้น นอกจากนี้ มองว่าจำนวนหุ้น free float ที่จะพุ่งสูงขึ้น (มีหุ้นซื้อขายในตลาดเพียง 1.9 พันล้านหุ้นก่อนสิ้นสุด lock-up) อาจกระทบการประเมินมูลค่าของ THAI ช่วง 1- 2 เดือนข้างหน้า

ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI ระบุว่า ตามข้อมูลของ International Air Transport Association (IATA) รายได้จากผู้โดยสารเฉลี่ยต่อหน่วย (passenger yield) ทั่วโลกในปี 69 ยังค่อนข้างทรงตัว yoy เทียบกับที่ลดลง 0.6% yoy ในปี 68 เนื่องจากราคาน้ำมันอากาศยานสูงกว่าคาด, ข้อจำกัดด้านอุปทานเครื่องบินและที่นั่งระดับพรีเมียมเป็นที่ต้องการ ซึ่งช่วยให้สายการบินยังมีอำนาจในการตั้งราคาบางส่วน ขณะที่ THAI น่าจะเผชิญกับสถานการณ์ที่คล้ายคลึงกัน โดยเชื่อว่าการที่ปริมาณที่นั่งของคู่แข่งยังเพิ่มขึ้นจำกัดในช่วงที่อุปทานเครื่องบินทั่วโลกขาดแคลน และการ ยกระดับฝูงบินจะช่วยหนุน yield ในปี 69 จึงประมาณการว่า yield ของ THAI จะลดลงในอัตราชะลอตัวหรือติดลบ 1.6% yoy ในปี 69 เทียบกับปี 68 ที่ติดลบ 6%

จึงประมาณการว่า THAI จะมีกำไรปกติต่อหุ้นลดลง 15% yoy ในปี 69 เนื่องจากอัตรากำไร EBITDA จะกลับมาอยู่ในระดับปกติ บวกกับ D&A และดอกเบี้ยจ่ายจะเพิ่มสูงขึ้น แต่เชื่อว่าบริษัทจะยังมีกำไรจากการดำเนินงานดีในปี 69 และราคาหุ้นน่าจะรับรู้ downside risk แล้ว เพราะมีการประเมินมูลค่าอยู่ที่ P/E 8.4 เท่าในปี 69 โดยราคาหุ้น THAI ปรับตัวลง 26% ช่วงสามเดือนที่ผ่านมา สะท้อน EPS ที่มีแนวโน้มเติบโตอ่อนตัว รวมถึงปัจจัยลบจากการที่ระยะเวลาการห้ามขายหุ้นจะครบกำหนด

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI เห็นโอกาสเข้าสะสมหุ้น THAI หากมีการขายทำกำไรในระยะสั้น เนื่องจากอุตสาหกรรมการบินมีแนวโน้มสดใสในปี 69 นี้ อีกทั้งการประเมินมูลค่าในปัจจุบันยังน่าสนใจ จึงปรับเพิ่มคำ แนะนำเป็น “ซื้อ” จากเดิม “ถือ” ราคาเป้าหมาย 8.2 บาท เท่ากับ EV/EBITDA 4.4 เท่าในปี 70 (ส่วนลด 20% เมื่อเทียบกับคู่แข่ง) เพื่อรับรู้ EPS ที่มีแนวโน้มเติบโตลดลงและ overhang จากการสิ้นสุด lock up โดยมองว่า yield ที่แข็งแกงว่าคาดและการได้รับมอบเครื่องบินเร็วกว่าคาดจะช่วยหนุนราคาหุ้น ส่วน downside risk จะมาจากความผันผวนของราคาเชื้อเพลิง, การเปลี่ยนแปลงการกำกับดูแลและการเข้ามาแทรกแซงของรัฐ